พาหุง บทที่๑ คืนผจญมาร
Автор: The Kaow Channel
Загружено: 2026-02-21
Просмотров: 220
Описание:
หลังจากพระมหาบุรุษเสด็จออกผนวช ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่งยวดอยู่ถึงหกปี จนทรงเห็นว่าการทรมานตนมิใช่ทางแห่งปัญญา พระองค์จึงทรงละวิธีนั้น หันมาบำรุงพระวรกายให้มีกำลังด้วยพระกระยาหารที่นางสุชาดาถวาย แล้วเสด็จไปยังควงไม้โพธิ์ ณ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
เมื่อถึงที่นั้น พระองค์ทรงปูลาดหญ้าคาที่พราหมณ์โสตถิยะถวาย แล้วประทับนั่งผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ทรงตั้งพระหฤทัยแน่วแน่ว่า
“ตราบใดที่ยังไม่บรรลุพระสัมโพธิญาณ แม้เลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป จะไม่ลุกจากอาสนะนี้”
ขณะนั้นเป็นคืนเพ็ญเดือนวิสาขะ บรรยากาศสงบลึก ฟ้าโปร่ง มีแสงจันทร์อ่อนส่องพื้นดิน แต่ในภพแห่งเทวโลก มีผู้หนึ่งหวั่นไหว
มารผู้ครองวัฏสงสาร
มารในคัมภีร์ฝ่ายเถรวาท เรียกว่า “วสวัตตีมาร” เป็นเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตตี ผู้มีอำนาจในโลกกามและยินดีในอำนาจเหนือสัตว์โลก มารมีหน้าที่รักษาอำนาจของวัฏสงสาร เพราะหากมีผู้ตรัสรู้ ย่อมชี้ทางพ้นทุกข์ให้สัตว์โลกหลุดพ้นจากอำนาจของตน
เมื่อมารทราบว่าพระมหาบุรุษประทับนั่งเพื่อจะตรัสรู้ จึงเกิดความไม่พอใจ คิดว่าหากพระองค์ตรัสรู้สำเร็จ โลกย่อมเปลี่ยนแปลง สัตว์โลกจะรู้ทางหลุดพ้นจากอำนาจของตน
มารจึงตั้งใจขัดขวาง
การยกทัพของมาร
อรรถกถาและคัมภีร์ชั้นหลัง เช่น นิทานกถา และพุทธวงศ์อธิบายว่า มารเนรมิตกายให้มีแขนมากมาย ถืออาวุธนานาชนิด แสดงอานุภาพน่าหวาดหวั่น พร้อมทั้งยกเสนามารอันใหญ่หลวง มีทั้งสัตว์ร้าย ภูตผี อสูร และเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย ส่งเสียงโห่ร้องกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
มารทรงช้างชื่อ “ครีเมขละ” ซึ่งในคำอธิบายกล่าวว่าเป็นช้างศึกใหญ่โตดุร้าย ร่างกายมหึมาประดุจภูเขา เสียงร้องดังก้อง ทัพมารเคลื่อนเข้าหาพระโพธิสัตว์ผู้ประทับนั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์
บางคัมภีร์กล่าวว่า ฟ้าครึ้ม เมฆหมอกปกคลุม ลมพัดแรง พายุฝนตก อาวุธถูกขว้างเข้าใส่พระองค์ แต่เมื่ออาวุธเหล่านั้นเข้าใกล้ กลับกลายเป็นดอกไม้โปรยลงแทบพระบาท ไม่อาจทำอันตรายได้
การท้าทายของมาร
มารกล่าวกับพระโพธิสัตว์ว่า
“ที่นั่งนี้เป็นของเรา ท่านไม่มีสิทธิ์จะนั่ง ณ ที่นี้”
มารอ้างว่าตนสั่งสมบุญมามาก มีพยานคือเสนามารทั้งหลายที่ติดตามมา ส่วนพระโพธิสัตว์ไม่มีพยานใด ๆ มารจึงท้าให้แสดงหลักฐานว่าใครมีสิทธิ์เหนือที่นั่งนี้
ในคัมภีร์กล่าวว่า พระโพธิสัตว์มิได้ตรัสโต้ตอบยืดยาว พระองค์ทรงระลึกถึงบารมีทั้งหลายที่ได้สั่งสมมาในอดีตกาลนานนับอสงไขยกัป ตั้งแต่การบำเพ็ญทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา
แล้วพระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์ขวาลงแตะพื้นดิน
การกระทำนี้ในคัมภีร์เรียกว่า “ภูมิสักขี” คืออัญเชิญพระแม่ธรณีมาเป็นพยานแห่งบารมีที่ได้กระทำไว้
แผ่นดินเป็นพยาน
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงแตะพื้นดิน แผ่นดินก็สะเทือน พระแม่ธรณีปรากฏขึ้น บางอรรถกถากล่าวว่า ทรงบิดมวยผม น้ำที่เกิดจากการสั่งสมทานบารมีหลั่งไหลออกมาท่วมทัพมาร
ทัพมารแตกกระเจิง ไม่อาจทนอยู่ได้ ช้างครีเมขละสะดุ้งหวาดหวั่น มารเองก็พ่ายแพ้ ต้องล่าถอยไป
พระโพธิสัตว์ยังคงประทับนั่งสงบ ไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
การตรัสรู้ในยามสาม
หลังจากมารพ่ายแพ้ไปแล้ว พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปตลอดคืน
ในยามต้น ทรงระลึกชาติได้
ในยามกลาง ทรงเห็นการจุติและปฏิสนธิของสัตว์โลกตามกรรม
ในยามปลาย ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทำลายกิเลสสิ้นเชิง
เมื่อดาวประกายพรึกปรากฏ พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ชัยชนะเหนือมารในคืนนั้น จึงมิใช่ชัยชนะด้วยกำลัง แต่เป็นชัยชนะด้วยบารมีและความบริสุทธิ์แห่งจิต
ใจความสำคัญตามคัมภีร์
คัมภีร์ฝ่ายเถรวาทเน้นว่า
มารเป็นผู้ขัดขวางการตรัสรู้
พระโพธิสัตว์ชนะด้วยบารมีที่สั่งสม
การแตะพื้นดินคือการอ้างแผ่นดินเป็นพยานแห่งบุญ
อาวุธของมารไม่อาจทำอันตรายจิตที่มั่นคงได้
หลังมารพ่ายแพ้ พระองค์จึงบรรลุพระสัมโพธิญาณ
เหตุการณ์นี้จึงเป็นที่มาของบทพาหุงบทแรก ซึ่งกล่าวยกย่องชัยชนะครั้งนั้น และนำมาเป็นคาถาอธิษฐานเพื่อระลึกถึงชัยชนะด้วยธรรม
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ
แปลความแบบแก่นเดียวให้เห็นภาพก่อน:
“พระจอมมุนีทรงชนะพระยามาร
ผู้เนรมิตพันแขนถืออาวุธ
ขี่ช้างชื่อครีเมขละ
มาพร้อมเสนามารอันน่าสะพรึง
โดยอาศัย ‘วิธีแห่งธรรม’ มีทานเป็นต้น
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน”@TheKaowChannel
Повторяем попытку...
Доступные форматы для скачивания:
Скачать видео
-
Информация по загрузке: