“สมชัย” บุกกองปราบฯ ขอความชัดเจน ปม กกต. ฟ้องประชาชนข้อหาอั้งยี่ หลังจับตาบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
Автор: สํานักข่าวราษฎร Ratsadon News
Загружено: 2026-03-11
Просмотров: 1205
Описание:
‘สมชัย’ นำ 3 ผู้ถูกกล่าวหาคดี กกต. ฟ้องอั้งยี่ พบ พนักงานสอบสวนกองปราบ ถามข้อเท็จจริงฟ้องใครบ้าง - ข้อหาใด เหตุ เกิดความเสียหายแล้ว ด้าน จนท. ย้ำ ไม่ได้ปล่อยข่าวให้สื่อมวลชน ขณะ ’ดร.เรือบิน‘ มองให้ข่าวสื่อเพื่อปิดปาก จ่อ ขอข้อมูลสื่อ อุบ ฟ้องกลับ ม.157 หรือไม่ เชื่อ ไม่ใช้บัตรเดิมเลือกตั้งผู้ว่าฯ
วันนี้ (12 มี.ค. 69) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน และนายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ "ครูชัย" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อทวงถามข้อเท็จจริงและขอคัดสำนวนคดี หลังปรากฏกระแสข่าวว่ารองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล 6 คนในข้อหาหนัก อาทิ อั้งยี่ ซ่องโจร และขัดขวางการเลือกตั้ง
นายสมชัย ระบุภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนเพิ่งรู้จักกันได้เพียง 1 เดือน ข้อหาอั้งยี่จึงไม่มีน้ำหนัก การเดินทางมาวันนี้มีจุดประสงค์เพื่อขอให้กองบังคับการปราบปรามยืนยันอย่างเป็นทางการว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลใดบ้าง และแต่ละบุคคลถูกตั้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมามีเพียงการปล่อยข่าวผ่านสื่อมวลชนโดยไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ถูกกล่าวหา
อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรียกร้องให้กองบังคับการปราบปรามออกหนังสือยืนยันว่าข้อมูลรายชื่อและข้อกล่าวหาที่หลุดรอดไปยังสื่อมวลชนไม่ได้มาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากตำรวจยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ย่อมหมายความว่าข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่จากฝั่งผู้แจ้งความคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนหลายนายยืนยันด้วยวาจาว่าข้อมูลไม่ได้หลุดจากตำรวจอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เสียหายยังไม่ได้รับข้อมูลรายชื่อและข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้
ด้านนายธรรมธีร์ มองว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) โดยอาศัยการปล่อยข่าวลือที่คลุมเครือยาวนานเกือบ 2 สัปดาห์ แทนที่จะประกาศความชัดเจนอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่าเทคโนโลยีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ใช่เครื่องมือป้องกันการปลอมแปลง แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งตนพร้อมนำเสนอข้อมูลหลักฐานทั้งหมดต่อกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่นายชัยพนธ์ สะท้อนความผิดหวังที่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากการเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ พร้อมระบุว่าเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เป็นธรรมที่มีการปล่อยข่าวสร้างกระแสโดยไม่แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบหรือเรียกเข้าไปชี้แจง ซึ่งหลังจากนี้คงต้องรอการตอบกลับหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการต่อไป
นายสมชัย ประเมินว่าตำรวจอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการดำเนินการตามคำร้องขอ ซึ่งระหว่างนี้กลุ่มผู้เสียหายอาจขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเปิดเผยแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาฟ้องร้องดำเนินคดีกลับฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากพบหลักฐานชัดเจนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจงใจปล่อยข่าวเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะไม่นำระบบบาร์โค้ดมาใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีก เพราะจะยิ่งสร้างความหวาดระแวงและถือเป็นการไม่เห็นหัวประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ (11 มี.ค. 69) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร เพิ่งเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีแจ้งความร้องทุกข์กลุ่มบุคคลดังกล่าว
#บัตรเลือกตั้ง #สมชัย #กกต #เลือกตั้ง
Повторяем попытку...
Доступные форматы для скачивания:
Скачать видео
-
Информация по загрузке: