ตำนาน ซานตาคลอส (Santa Claus) อันมีที่มาจากนักบุญนิโคลัส | เรื่องราวหรรษา
Автор: Natthew
Загружено: 2023-12-20
Просмотров: 1407
Описание:
#christmas #คริสต์มาส #เรื่องเล่า
รู้มั้ย ซานตาคลอส คือตำนานที่เพิ่งถูกสร้างในอเมริกามาราว 200 ปีนี้เอง
.
จะสิ้นปีแล้วนะครับ ซึ่งตอนปลายปีในประเทศโลกตะวันตกเขาก็มักจะหยุดยาวเลยแบบคริสต์มาสกับปีใหม่พ่วงกัน และในเทศกาลคริสต์มาสกับปีใหม่นี้ก็คงจะเป็นช่วงเดียวของปีที่เราจะให้เห็นคนแต่งตัวเป็น ซานตาคลอส
.
เราทุกคนคงรู้จัก ซานตาคลอสมาตั้งแต่เด็กๆ และก็ไม่แปลกที่เด็กๆ เชื่อว่าชายแก่เคราเฟิ้มผู้ใจดีซึ่งใส่ชุดสีแดงผู้นี้มีตัวตนจริง และก็จะมาแจกของขวัญให้เด็กๆ ในคืนวันที่ 24 ธันวาคม หรือคืน “คริสต์มาสอีฟ”
.
แน่นอนเราโตมา ก็คงไม่เชื่ออีกแล้วว่าซานตาคลอสมีตัวตนจริงๆ และก็คงจะไม่สนใจเทศกาลคริสต์มาสเท่าไร แต่สำหรับคนที่ขี้สงสัยหน่อย พอรู้มากขึ้นก็อาจงง เพราะเอาจริงๆ แล้ววันคริสมาสต์ในทางคริสต์ศาสนา มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับซานตาคลอสเลย เพราะวันคริสต์มาสต์คือวันฉลองวันเกิดของพระเยซูคริสต์
.
น ซานตาคลอสเป็น “ตำนาน” ที่เกิดในสังคมอเมริกันในช่วงศตวรรษที่ 19 ครับ และที่ทั่วโลกมีซานตาคลอสทุกวันนี้ ก็เกิดจากการเผยแพร่วัฒนธรรมอเมริกันในยุคที่อเมริกาเป็นมหาอำนาจในศตวรรษที่ 20
.
แต่ถ้าจะถามว่าซานตาคลอสเกิดขึ้นมาได้อย่างไรในสังคมอเมริกันตอนนั้น เราก็ต้องย้อนทำความเข้าใจประวัติเทศกาลคริสต์มาสในสังคมอเมริกันก่อน
.
ย้อนกลับไปเมื่อ 200 ปีก่อน เทศกาลคริสต์มาสไม่ได้หน้าตาเหมือนทุกวันนี้ เทศกาลคริสต์มาสไม่ใช่เทศกาลที่มีลักษณะ “ครอบครัว” แบบทุกวันนี้ แต่มันเป็นวันหยุดใหญ่ ที่ผู้ใหญ่มักจะเฉลิมฉลองด้วยการดื่มกิน เรียกกันได้ว่ามันเป็นเทศกาลที่คนจะเมากันหัวราน้ำ ไม่ได้ต่างจากเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ในบ้านเราทุกวันนี้
.
ภาวะแบบนี้ไม่ใช่ภาวะที่พึงประสงค์ของหลายๆ คน มันก็เลยมีการพยายามจะเปลี่ยนให้วันคริสต์มาสมีลักษณะเป็นวันเทศกาลของครอบครัวมากขึ้น ซึ่งการจะทำแบบนี้มันก็จะต้องมีสตอรี่
.
นี่เป็นเหตุให้นักเขียนอเมริกันหลายๆ คนเริ่ม “แต่งตำนาน” ซานตาคลอสขึ้นมาในศตวรรษที่ 19 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบทกวีที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ โดยตำนานในยุคแรกๆ ก็จะว่าด้วยนักบุญนิโคลาสใส่ชุดแดงแอบเข้าบ้านทางปล่องไฟเพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กๆ ในคืนวันก่อนคริสต์มาส ซึ่งตำนานนี้ที่ดังที่สุดคือบทกวีชื่อ A Visit from Saint Nicholas ในปี 1823 ของนักเขียนและนักวิชาการอเมริกันชื่อ Clement Clarke Moore (จริงๆ ใครเขียนบทกวีนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกวิชาการ แต่ในประวัติศาสตร์ Moore เป็นคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าของ)
.
สิ่งที่น่าสนใจของตำนานนี้ก็คือองค์ประกอบของมันเอาจริงๆ มันเป็นการ “ยำใหญ่” ตำนานหลายๆ ตำนานของโลกตะวันตก เพราะเอาจริงๆ นักบุญนิโคลัสเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์แต่มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 4 ท่านเป็นบิชอบแห่งเมืองไมร่า ซึ่งอยู่ในตุรกีในปัจจุบัน โดยภายหลังนักบุญผู้นี้ถือว่าเป็นนักบุญที่เป็นผู้อุปถัมภ์เด็กๆ จนทำให้เกิดวันนักบุญนิโคลัสในวันที่ 6 ธันวาคม โดยในยุโรปช่วงยุคกลางวันนี้ก็ถือเป็นเทศกาลที่จะมีการให้ของขวัญกับเด็กๆ คล้ายกับวันคริสต์มาสทุกวันนี้ (จริงๆ คล้ายมาก เพราะการให้ของขวัญจะทำในคืนก่อนวันนักบุญนิโคลัส เหมือนคืนคริสมาสต์อีฟทุกวันนี้)
.
อย่างไรก็ดี หลังจากมีกระแสการปฏิรูปศาสนาในยุโรปและเกิดศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ วันนักบุญนิโคลัสก็หายไปจากปฏิทิน เพราะศาสนาคริสต์นิกายใหม่ๆ นั้นไม่ยอมรับเหล่า “นักบุญ” ของทางศาสนจักร
ด้วยความที่ อเมริกาเป็นประเทศที่เกิดมาพร้อมๆ กับการปฏิรูปศาสนา เพราะว่าอังกฤษซึ่งเป็นตอนนั้น อเมริกาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษ ไม่ได้นับถือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกหรือออร์โธด็อกซ์ จึงไม่แปลกที่สังคมอเมริกันไม่เคยมีงานเทศกาลในการแจกของขวัญเด็กในวันนักบุญนิโคลัสมาก่อน และในแง่นี้การที่นักเขียน “แต่งเรื่อง” ว่านักบุญนิโคลัสจะมาแจกของขวัญเด็กๆ ในคืนวันคริสต์มาสอีฟ มันก็จึงเป็นการเอา “ตำนาน” และ “ตัวละคร” ที่เคยมีอยู่ในอดีตมายำ จนเกิดเรื่องใหม่ ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้ก็อาจเรียกว่าเป็น “แฟนฟิค” ก็พอได้
.
ในช่วงศตวรรษที่ 16 เมื่อชาวดัตซ์มาอาศัยอยู่ในแถบตอนเหนือของอเมริกาได้เพียงไม่กี่ปี อาณานิคมอังกฤษในอเมริกาก็สามารถยึดครองพื้นที่เหล่านั้น ทำให้วัฒนธรรมชาวดัตซ์ในอเมริกา ส่งผลให้มีเทศกาลให้ของขวัญในช่วงคริสต์มาสสืบต่อกันมา จนช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 นักเขียนหลายๆ คน ก็มีการเขียนเรื่องราวของชายผู้จะเอาของขวัญมาให้เด็กๆ ในคืนวันก่อนคริสต์มาส แต่ชายผู้นี้ก็มีชื่อหลากหลาย บ้างก็บอกว่าเป็นนักบุญนิโคลัส บ้างก็เรียก Kris Kringle บ้างก็เรียก Sinterklaas ซึ่งเอามาจากตำนานของชาวดัตช์ โดยชื่อหลังนี้ถูกเรียกเพี้ยนมาในภาษาอังกฤษว่า Santa Claus
.
พอมาตอนกลางๆ ศตวรรษที่ 19 “เรื่องแต่ง” ที่ว่าจะมีชายแก่เครายาวใส่ชุดแดงเอาของขวัญมาให้เด็กในคืนวันก่อนคริสต์มาสก็กลายเป็นเรื่องที่คนอเมริกันรู้จักกันดีแล้ว ซึ่งในตอนนี้มันเกิดฉันทามติพอสมควรในบรรดานักแต่ง “แฟนฟิค” ว่าชายคนนี้มีชื่อว่า “ซานตาคลอส” โดยในช่วงนี้พวกนักเขียนการ์ตูนชาวอเมริกันก็เริ่มวาดรูป “ซานตาคลอส” ในหน้าตาแบบทุกวันนี้ที่เป็นชายแก่เครายาวร่างท้วมออกมาเป็นครั้งแรกๆ อย่างไรก็ดี ในยุคแรกๆ การ “วาดภาพ” ซานตาคลอสก็ไม่ได้หน้าตาแบบทุกวันนี้เสมอไป นักวาดบางคนก็จินตนาการซานตาคลอสออกมาน่ากลัวแบบปีศาจที่จะมาลงโทษเด็กที่นิสัยไม่ดี
.
อย่างไรก็ดีพอมาถึงต้นศตวรรษที่ 20 ซานตาคลอสในแบบที่เรารู้จักกันนี้ ที่เป็นชายแก่ใจดีดูเป็นมิตรกับเด็กๆ ก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์มาตรฐานของเทศกาลคริสต์มาสไปแล้ว และทั้งห้างสรรพสินค้าและแบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มเอาภาพลักษณ์ของซานตาคลอสมาเพื่อบูสต์ยอดขายในช่วงเทศกาล
.
ก็เรียกได้ว่าซานตาคลอสนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอเมริกันมานานพอสมควรแล้วก่อนที่อเมริกันจะกลายมาเป็นชาติมหาอำนาจในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งพออเมริกันเป็นมหาอำนาจอเมริกาก็ “ส่งออกวัฒนธรรม” ของตนไปทั่วโลก และวัฒนธรรมหนึ่งที่อเมริกาส่งไปจนกลายเป็นวัฒนธรรมโลกก็คือซานตาคลอสนี่แหละ
Повторяем попытку...
Доступные форматы для скачивания:
Скачать видео
-
Информация по загрузке: