ดูเข้าไปที่จิตนี่อย่างเดียว พระอาจารย์ธีรนันท์ ธีรปัญโญ (พอจ.ยันต์)
Автор: สติ รู้กาย ดูจิต C Dedo
Загружено: 2026-03-03
Просмотров: 295
Описание:
วัดป่าวังแข้ อ.นายูง จ.อุดรธานี
สนใจสนทนา สอบถามธรรมะโดยตรงกับพระอาจารย์ ได้ที่เบอร์โทร 064-1687873 หรือที่ไลน์ “ไม่มีเรา ไม่มีเขา” โดยไลน์ไอดีคือเบอร์โทร
#สติ #รู้สึกตัว #ผู้รู้ #ดูจิต
คลิปนี้ตัดบางส่วนมาจากคลิปยูทูบชื่อ
“สนทนาธรรมกลุ่มไลน์จิตตื่นรู้ 27กพ2569“
• สนทธาธรรมกลุ่มไลน์จิตตื่นรู้ 27กพ2569 พระอ...
“พบจิต ให้ทำลายจิต พบผู้รู้ ให้ทำลายผู้รู้ คือยังไง?”
...โครงสร้างตัวเราของเรา มีอะไร
กาย จิตใจ และจิตผู้รู้ผู้สังเกต...
... ท่านบอกให้เรานี่แหละ ทำลายจิต
ท่านบอกให้เรานี่แหละ ทำลายผู้รู้
แล้วเราคือตัวไหนล่ะ
เราก็คือตัวสติรู้อยู่นี่แหละ ตัวรู้นี่แหละ ตอนนี้เอาคำว่าเรามาอยู่กับตัวรู้ก่อน ตัวรู้ตัวสุดท้ายก่อน
คือมีกาย มีจิตใจ และก็มีตัวรู้...
...มันมีกาย มีจิตใจ แล้วก็มีตัวเราเป็นผู้ดูอยู่เนี่ย ก็มี 3 อย่างนี่แหละ พระพุทธเจ้าท่านก็เลยบอกให้เราเนี่ย ปล่อยวางกาย และก็ปล่อยวางจิตใจนั้นซะ
จะทำยังไงล่ะ ปล่อยวางน่ะ ทีเนี้ย นี่ก็เลยจะเข้าสู่วิธีปล่อยวาง...
...วิธีการปล่อยวางจิต พบจิต ให้ทำลายจิตหรือปล่อยวางจิต ก็คือจิตใจนี่แหละ ที่มันปล่อยวางกายแล้ว มันเคลื่อนกลับมาอยู่ที่ฐานของมันน่ะ จิตโล่งโปร่ง เบาสบาย เนี่ย ตัวนี้แหละคือจิตใจ แล้วตัวรู้นี่แหละ มองเข้าไปที่จิตใจซิ เห็นตัวจิตที่มันนิ่ง มันสงบ...
...เมื่อมันปล่อยวางกายแล้ว เราจะเห็นตัวจิตจริงๆ ที่มันนิ่ง นั่นแหละดูเข้าไปที่จิตตัวที่นิ่งๆนั่นแหละ ดูจิตใน ครูบาอาจารย์หลายองค์บอกว่าดูจิตใน อย่าไปสนจิตนอก อย่าไปสนอาการของมัน ดูเข้าไปที่ตัวจิตจริงๆ ที่มันนิ่งๆน่ะ ดูเข้าไป ดูเข้าไป เอาสติและเจตนานี่แหละ ดูเข้าไป ดูเข้าไป แล้วตัวดูเนี่ย มันจะปล่อยวางตัวนั้นได้ เมื่อมันไปเห็นความจริงของจิตว่า อ๋อ จิตมันก็เป็นของมันอย่างนั้น แล้วเมื่อมันดูอยู่ มันจะไม่ได้เข้าไปหากัน ก็เพราะมันดูอยู่ มันมีสติดูอยู่เนี่ย หยุดดูเมื่อไหร่ เข้าไปหาจิตทันทีนะ ไอ้ตัวรู้เนี่ยนะ กลมกลืนเป็นอันเดียวกันเลย มีสติดูอยู่เนี่ย ตัวสติคอยเป็นพี่เลี้ยงให้จิตผู้ดูเนี่ย จิตผู้รู้ จิตผู้ดูเนี่ย ดูเข้าไปที่จิตใจที่มันสงบนิ่งอยู่น่ะ แล้วมันก็จะนิ่งลงไปอีก แล้วมันก็จะโล่ง แล้วมันก็จะว่าง อันนี้คืออาการต่อเนื่องของจิตใน แต่ว่าจิตผู้รู้ก็ดูอยู่ มันจะนิ่ง จะโล่ง จะว่าง จะนึกจะคิด จะปรุงจะแต่ง จิตผู้รู้ก็เห็นอยู่ทุกอาการ อ๋อ มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนี้ ไอ้จิตนั่นน่ะ มันมีอะไรมากระทบ มันก็กระเพื่อมหวั่นไหวขึ้นมา พอเหตุมันหมด จิตมันก็มานิ่งอยู่เงี้ย ดูไปเป็นปี เป็นเดือน มันก็เป็นของมันอยู่อย่างเงี้ย แล้วมันก็เข้าใจว่า อ๋อ แล้วเราไปยุ่งกับมันทำไม ใช่มั้ย เนี่ย แล้วมันก็ โอ๋ย เราหลงจิตนี่เอง เราไหลเข้าไปยึดจิตนี่เอง เราไม่ได้ออกมาดูอยู่ข้างนอก นี่ ไอ้ตัวนี้แหละ ทำไมถึงจะต้องดู มันนิ่ง แล้วจะต้องดูมันทำไม ก็ดูเพื่อไม่ให้จิตผู้รู้นี่ เข้าไปยึดจิตใน มันจะทำลายความเข้าใจผิด ว่าจิตนั้นเป็นเรา เพราะพอมันไม่เข้าไป ไม่เข้าไป จิตมันก็ค่อยๆโล่ง ค่อยๆโปร่ง ค่อยๆเบา ค่อยๆสบายของมัน มันจะเป็นสักแต่ว่าอาการ ที่ไม่มีใครเข้าไปเป็นเจ้าของ จิตมันจะแสดงแต่อาการ มันก็จะเป็นการปล่อยวางจิต ทำลายความยึดมั่นถือมั่นว่า จิตนั้นเป็นเรา ไม่ใช่ไปเพ่งให้จิตมันหายไปนะ ไม่ใช่...
”วิธีทำลายผู้รู้
...พารู้มาดูรู้นี่แหละ พารู้ให้มันรู้ตัวมันเนี่ย“
...รู้ดูรู้ (คือ)ก็ไม่ต้องไปดูข้างนอกอ่ะ ไม่ต้องไปดูจิต ไม่ต้องไปดูกายอ่ะ ก็มาดูรู้อยู่นิ่งๆเนี่ย อะไรเกิดขึ้นก็ช่างมัน รู้อยู่นิ่งๆเนี่ย มาดูตัวรู้ที่มันอยู่นิ่งๆเนี่ย พารู้ให้มันอยู่นิ่งๆเนี่ย มันรู้อะไรมาก็ช่าง ก็ให้มันอยู่นิ่งๆเนี่ย นี่แหละ ไม่ส่งจิตออกนอกไปดูอาการความนึกคิดปรุงแต่ง ไม่ต้องไปพิจารณาเขาอีกเลย รู้กลับมาอยู่ที่รู้นิ่งๆ อะไรเกิด ก็รู้อยู่นิ่งๆ เอาสติมาคอยดูอยู่เนี่ย ให้อยู่นิ่งๆเนี่ย ให้รู้อยู่นิ่งๆ พอรู้มันอยู่เป็นแค่นั้นแหละ รู้มันไม่ไหลเข้าไปยึด ไปเป็นอะไรทั้งนั้น รู้มันอยู่เป็นน่ะ พอรู้มันอยู่เป็นแล้ว มันไม่ไปสำคัญมั่นหมายอะไรอีกแล้ว แม้แต่ความสำคัญมั่นหมายเนี่ย ก็ยังแปลว่ามันอยู่ไม่เป็นอยู่ มันยังสำคัญรู้อยู่ไง แต่มันไม่สำคัญว่าอะไรแล้ว รู้มันก็หยุด รู้อยู่นิ่งๆ ก็รู้ ก็จบที่รู้เนี่ย เอารู้มาอยู่กับรู้เนี่ย รู้อะไรก็ช่างมันน่ะ พอรู้มาอยู่ที่รู้ปุ๊บ รู้ไม่ไป รู้ไม่ไหลแล้ว พอมันอยู่เป็นแล้ว เราก็หยุด ตัวรู้มันก็หยุดเอง
มีผู้ถามขึ้นมา: สุดท้ายของการภาวนาก็อยู่ตรงนี้ใช่มั้ย
พอจ.ตอบ: นั้นแหละ ก็รู้มันแจ้งแล้วไง มันแจ้งในกาย มันแจ้งในจิตในใจ มันแจ้งในขันธ์5 แล้วไง มันก็แจ้งในรู้แล้วไง ก็ปล่อยให้รู้มันเป็นธรรมชาติของมัน โดยไม่มีเราเข้าไปเป็นเจ้าของ...
Повторяем попытку...
Доступные форматы для скачивания:
Скачать видео
-
Информация по загрузке: