เกษตรลึก: เคล็ดลับปลูกทุเรียนไร้โรค ผลผลิตทะลุเป้า
Автор: เทียนชัยเกษตรออนไลน์
Загружено: 2026-02-19
Просмотров: 145
Описание:
สรุปแนวทางบริหารจัดการสวนทุเรียนในช่วงระยะดอกบานจนถึงติดผล เพื่อแนะนำเกษตรกรให้ประสบความสำเร็จในการผลิตทุเรียนคุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้ครับ
1. ทำความเข้าใจระยะการพัฒนาของดอกทุเรียน
ดอกทุเรียนมีการพัฒนาประมาณ 9 ระยะ (ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน) โดยระยะที่สำคัญต่อการติดผล ได้แก่:
ระยะเหยียดตีนหนู: ช่อดอกยาวขึ้น เริ่มให้น้ำสม่ำเสมอและป้องกันศัตรูพืช.
ระยะมะเขือพวง: ดอกเริ่มสมบูรณ์ ควรฉีดปุ๋ยบำรุงและตัดแต่งดอกที่ปลายกิ่งออก.
ระยะหัวกำไล: ระยะสำคัญก่อนดอกบาน ต้องลดการให้น้ำเพื่อป้องกันการแตกใบอ่อน.
ระยะดอกบาน: ช่วงการผสมเกสร.
ระยะหางแย้: กลีบดอกร่วง เหลือเพียงเกสรตัวเมียและรังไข่ที่จะพัฒนาเป็นผลอ่อน.
2. การจัดการน้ำให้เหมาะสมในแต่ละระยะ
การให้น้ำที่ "พอดี" เป็นกุญแจสำคัญ เพราะหากน้ำมากไปจะกระตุ้นใบอ่อนทำให้ดอกร่วง แต่น้ำน้อยไปดอกจะเหี่ยว:
ก่อนดอกบาน 1 สัปดาห์: ลดปริมาณน้ำลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ของปกติ เพื่อป้องกันดอกยืดและเกสรอ่อนแอ.
ระยะดอกบาน: ให้น้ำน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญแต่ต้องสม่ำเสมอ เพื่อให้อับเรณูแตกดีและผสมติดง่าย.
ระยะหางแย้: ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณน้ำอย่างระมัดระวัง หากให้น้ำพรวดพราดจะทำให้ผลอ่อนหลุดร่วง.
วิธีสังเกต: ในช่วงเย็น (17.00-18.00 น.) หากดอกมีทรง "ระฆังคว่ำ สีเทียนไข" แสดงว่าน้ำพอดี แต่หากดอกขาวบานแฉ่งแสดงว่าน้ำเกิน.
3. การจัดการธาตุอาหารและฮอร์โมน
แคลเซียมและโบรอน (Ca-B): เป็นธาตุที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้ ช่วยให้ผนังเซลล์แข็งแรง ขั้วเหนียว และช่วยให้เกสรตัวผู้ยืดตัวไปผสมกับเกสรตัวเมียได้ง่ายขึ้น.
ฮอร์โมนออกซิน (Auxin): ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์เกสรและช่วยในการติดผล.
หลีกเลี่ยงไนโตรเจน (N) สูง: ในช่วงดอกบานและหางแย้ ควรเลี่ยงปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพราะจะไปกระตุ้นการแตกใบอ่อนที่จะมาแย่งอาหารจากดอกและผล.
การสะสมอาหาร: ก่อนออกดอกควรเน้นฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) เช่น สูตร 8-24-24 หรือ 4-24-24 เพื่อให้ดอกสมบูรณ์.
4. เทคนิคการผสมเกสรเพื่อเพิ่มการติดผล
การช่วยผสมเกสร (ปัดดอก): ควรทำในช่วงเวลา 19.00 – 22.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกบานเต็มที่และเกสรตัวผู้มีความพร้อมที่สุด.
ใช้เกสรต่างสายพันธุ์: การนำเกสรจากทุเรียนพันธุ์อื่น (เช่น หมอนทอง ไปปัดให้ชะนี) จะช่วยให้ติดผลดีขึ้น ทรงผลสวย พูเต็ม.
สภาพอากาศที่เหมาะสม: อุณหภูมิที่เกสรจะงอกได้ดีที่สุดคือ 25-30 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิต่ำกว่า 20 หรือสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส การงอกของเกสรจะลดลงอย่างมาก.
5. การรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศ
กรณีฝนตกช่วงดอกบาน: ฝนจะชะล้างละอองเกสรและนำพาไนโตรเจนลงมา ทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อนและทิ้งดอก.วิธีแก้: อาจใช้ปุ๋ยสูตร 6-24-24 เพื่อยับยั้งไนโตรเจนจากน้ำฝน หรือใช้ปุ๋ยทางใบช่วยเพิ่มพลังงานเฉพาะหน้า.
กรณีอากาศร้อนจัด (35 องศา): จะเกิดอาการ "ดอกช็อกความร้อน" เกสรตัวผู้จะแห้งตายก่อนได้ผสม.วิธีแก้: พ่นหมอกน้ำในทรงพุ่มช่วงเที่ยงเพื่อเพิ่มความชื้นและลดอุณหภูมิ.
กรณีอากาศหนาวจัด: รากจะเดินช้า ดูดสารอาหารได้น้อย.วิธีแก้: โชยน้ำที่โคนต้นช่วงเช้าเพื่อรักษาอุณหภูมิในทรงพุ่ม.
6. การป้องกันและจัดการปัญหาใบอ่อน
ใบอ่อนที่แตกออกมาในช่วงดอกบานหรือติดผลอ่อนจะแย่งอาหาร ทำให้ผลร่วง:
หากพบการแตกใบอ่อนในระยะติดผล อาจใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต เช่น พาโคลบิวทราโซล ความเข้มข้นต่ำเพื่อยับยั้งใบอ่อนโดยไม่กระทบต่อผล.
ใช้โพแทสเซียมไนเตรทเพื่อยับยั้งการพัฒนาของตาใบในระยะดอก.
7. การเฝ้าระวังศัตรูพืช
เพลี้ยไฟและไรแดง: มักระบาดช่วงอากาศแห้งแล้ง ทำลายดอกทำให้ดอกแห้งและร่วง.
หนอนเจาะดอก: เข้าทำลายตั้งแตระยะมะเขือพวง ทำให้ดอกเน่าและร่วง.
โรคเชื้อรา: เช่น โรคแอนแทรคโนส หรือโรคดอกเน่า ควรจัดการสวนให้ระบายอากาศได้ดี ลดความอับชื้น.
การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดอกและสภาพดินในสวนอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนการดูแลได้ทันท่วงทีตามสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบันครับ หากท่านต้องการให้ผมทำรายงานสรุปในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม สามารถบอกได้เลยนะครับ
Повторяем попытку...
Доступные форматы для скачивания:
Скачать видео
-
Информация по загрузке: